วิธีการเลือกเม็ดมีดให้เหมาะสมกับงาน

การเลือกเม็ดมีดเป็นสิ่งที่จำเป็นมากต่อการทำงาน การเลือกเม็ดมีดกลึงต้องคำนึงถึงหลายสิ่ง ทั้งการเลือกหน้าลายเม็ดมีด เกรดเม็ดมีด รูปทรงของเม็ดมีด (มุมปลายตัด) ขนาดเม็ดมีด รัศมีปลายคมตัดและมุมเข้างาน (มุมนำ) เพื่อให้การควบคุมเศษตัดและการตัดเฉือนมีประสิทธิภาพ

  • เลือกรูปทรงร่องหักเศษเม็ดมีดตามลักษณะการทำงานที่ต้องการ เช่น การเก็บผิวละเอียด
  • เลือกขนาดมุมปลายตัดบนเม็ดมีดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความแข็งแรงและความประหยัด
  • เลือกขนาดเม็ดมีดตามระยะกินลึก
  • เลือกปลายคมตัดที่มีรัศมีใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความแข็งแรงของเม็ดมีด​
  • เลือกปลายคมตัดที่มีรัศมีเล็กหากมีแนวโน้มที่จะเกิดการสั่นสะท้าน

l = ความยาวคมตัด (ขนาดเม็ดมีด)                RE = รัศมีปลายคมตัด                                  มุมปลายตัด

หน้าลายเม็ดมีดกลึง

หน้าลายเม็ดมีดกลึงแบ่งได้เป็นสามรูปแบบหลักๆ สำหรับการเก็บผิวละเอียด การกัดกึ่งหยาบ และการกัดหยาบ แผนภาพแสดงให้เห็นถึงพื้นที่ทำงานในหน้าลายแบบต่างๆ รวมถึงระยะการหักเศษที่เหมาะสมซึ่งสัมพันธ์กับระยะกินลึกและอัตราป้อน

การกัดหยาบ

หน้าลายที่ผสมผสานระหว่างระยะกินลึกและอัตราป้อนงานที่สูง โดยการทำงานต้องการคมตัดที่มีความปลอดภัยมากที่สุด

การกัดปานกลาง

เหมาะสำหรับการกัดหยาบปานกลางจนถึงงานกัดหยาบเบา มีการผสมผสานระหว่างระยะกินลึกและอัตราป้อนงานที่หลากหลาย

การเก็บผิวละเอียด

ทำงานที่ระยะกินลึกและอัตราป้อนงานต่ำ ต้องใช้แรงตัดต่ำในการทำงาน

หากท่านมีปัญหาการใช้งานหรื่อต้องการข้อแนะนำหรือคำปรึกษาเกี่ยวกัยกับการใช้งานของเครื่องกลึง สามารถติดต่อทางเราได้หลากหลายช่องทาง ดังนี้ค่ะ
เบอร์ 02-291-5918
Email: [email protected] และ [email protected]
Line: mksline
– MKS Date: 29/08/2019

ข้อดีและข้อจำกัดของการใช้เครื่องจักร CNC

ข้อดีของการใช้เครื่องจักร CNC

1. มีความเที่ยงตรงสูงและคุณภาพของชิ้นงานมีความสม่ำเสมอ เนื่องการควบคุมการทำงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความละเอียดสูงและเหมือนกันในแต่ละรอบการทำงาน
2. อัตราผลผลิตเพิ่มขึ้น หรือ หมายถึง ในระยะเวลาการผลิตที่เท่ากัน เครื่องจักร CNC สามารถผลิตชิ้นงานได้มากกว่าเครื่องจักรในระบบ Manual
3. ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นลดลง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตด้วย โดยปกติยิ่งผลิตจำนวนมากต้นทุนก็จะยิ่งต่ำลง
4. ลดจำนวนเครื่องมือและอุปกรณ์จับยึดชิ้นงาน เนื่องจากเครื่องจักร CNC สามารถเคลื่อนที่ไปได้ด้วยระบบโคออดิเนตหรือการเคลื่อนที่ไปตามโปรแกรม CNC ทำให้มีความอิสระในการขึ้นรูปสูงกว่าเครื่องจักรแบบ Manual ที่ต้องอาศัยเครื่องมือหรืออุปกรณ์จับยึดเพิ่มขึ้นมาหากชิ้นงานมีความซับซ้อนมากขึ้น.
5. ไม่จำเป็นต้องใช้คนงานที่มีทักษะและประสบการณ์สูงในการควบคุมเครื่องจักร ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน
6. การตรวจสอบคุณภาพทำได้ง่าย บางครั้งไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการตรวจสอบคุณภาพได้
7. มีความคล่องตัวและยืดหยุ่นในการทำงานสูง การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงขนาดของชิ้นงานนั้นทำได้โดยการแก้ไขโปรแกรมสั่งงานเท่านั้น
8. ลดเวลาในการปรับตั้งเครื่องมือหรือการเปลี่ยนเครื่องมือ โดยการปรับตั้งเครื่องมือเมื่อมีการเปลี่ยนรุ่นของชิ้นงานหรือเปลี่ยนโปรแกรมการทำงานเท่านั้น โดยทุกๆ รอบการผลิตชิ้นงานแต่ละรุ่นทำเพียงการป้อนชิ้นงานเข้า-ออกเท่านั้น อาจจะมีปรับเปลี่ยนเมื่อมีการปรับเปลี่ยนเครื่องมือตัด

ข้อจำกัดของการใช้เครื่องจักร CNC

แต่การใช้เครื่องจักร CNC ก็มีข้อจำกัดหลายๆ อย่างเช่นกัน ที่ควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนเลือกใช้งาน ดังนี้
1. เครื่องจักร CNC มีราคาสูง ทำให้การลงทุนระยะแรกสูงตามไปด้วย
2. การบำรุงรักษายาก ซับซ้อน อะไหล่ชิ้นส่วนมีราคาแพง ทำให้ต้นทุนในการบำรุงรักษาค่อนข้างสูง
3. จำเป็นต้องใช้พนักงานที่มีความรู้และทักษะสูงในการเขียนโปรแกรมสั่งงานเครื่องจักร CNC
4. ต้องมีค่าใช้จ่ายในการอบรมให้กับพนักงานเมื่อมีการนำเครื่องจักร CNC ไปทดแทนเครื่องจักรระบบเดิม

ระบบการทำงานของเครื่องจักร CNC

ระบบการทำงานของเครื่องจักร CNC แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ
1. ชุดคำสั่ง หรือโปรแกรม CNC (CNC Program)เป็นชุดคำสั่งเพื่อกำหนดให้เครื่องจักร CNC ทำงานตามที่เราต้องการ ประกอบด้วย ตัวเลข ตัวอักษร และสัญลักษณ์ต่างๆ
2. หน่วยควบคุมการทำงานของเครื่อง (Machine Control Unit : MCU)เป็นส่วนที่ทำหน้าที่อ่านโปรแกรม CNC และแปลความหมายให้เครื่องจักร CNC เข้าใจเพื่อทำงานตามกระบวนการที่กำหนด
3. เครื่องจักร CNC (CNC Machine)เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการขึ้นรูปชิ้นงานตามชุดคำสั่งหรือโปรแกรม CNC ที่เราเขียนขึ้นมา

หากท่านมีความสงสัยใดๆเกี่ยวกับการเครื่องจักร สามารถติดต่อทางเราได้หลากหลายช่องทาง ดังนี้ค่ะ
เบอร์ 02-291-5918
Email: [email protected] และ [email protected]
Line: mksline
– MKS Date: 13/06/2019

เรื่องน่ารู้ของแกนเครื่อง CNC

เครื่องจักร CNC โดยทั่วไปจะมีการการเคลื่อนที่อยู่ 2 แนว คือ การเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรง (Linear Axes) และการเคลื่อนที่ในแนวหมุนรอบแกน (Rotary Axes)

1. การคลื่อนที่ในแนวเส้นตรง (Linear Axes)

การเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรงจะมีอยู่ 2 แกน คือ แกน X และแกน Z สำหรับเครื่องกลึง CNC ทั่วๆ ไป และ 3 แกน คือ แกน X แกน Y และแกน Z สำหรับเครื่องกัด CNC. ซึ่งในแต่ละแกนก็จะแบ่งออกเป็น 2 ทิศทาง คือ ทิศทางในแนวบวก(+) และ ทิศทางในแนวลบ (-)
การกำหนดแกนและทิศทางของเครื่องจักร CNC จะอาศัยกฎมือขวา ดังรูปต่อไปนี้

รูปแสดงกฎมือขวาในการอ้างอิงแกนและทิศทางของเครื่องจักร CNC

แกนของเครื่องกัด CNC เพลาตั้ง (Vertical CNC Milling Machine)

แกนและทิศทางของเครื่องกัด CNC ชนิดเพลาตั้ง กำหนดได้ดังนี้แกนและทิศทางของเครื่องกัด CNC ชนิดเพลาตั้ง

ให้สังเกตว่าไม่ว่าจะเป็นเครื่องกัดหรือเครื่องกลึงแกน Z จะอยู่แนวเดียวกับทิศทางของเพลาหลักเสมอ จากรูปแกนและทิศทางของเครื่องกัด CNC ชนิดเพลาตั้ง จะเห็นว่าแกน Z เมื่อเคลื่อนออกจากแท่นวางชิ้นงานขึ้นด้านบนจะมีทิศทางเป็น (+Z) และเมื่อเคลื่อนที่ลงด้านล่างก็จะมีทิศทางเป็น (-Z), แกน Y เมื่อเคลืิ่อนที่เข้าหาตัวเครื่องกัดก็จะมีทิศทางเป็น (+Y) และเคลื่อนที่ออกมาหาผู้ปฏิบัติงานก็จะเป็น (-Y) และแกน X เมื่อเคลื่อนที่ไปทางด้านขวาก็จะเป็น (+X) และเคลื่อนที่ไปทางด้านซ้ายก็จะเป็น (-X) ซึ่งเป็นไปตามกฎมือขวา.
*จากรูปไม่ได้แสดงทิศทางในแนวแกนลบ (-) โดยแกนลบจะเป็นทิศทางในทางตรงกันข้ามกับแกนบวกของแต่ละในแนวแกน

แกนของเครื่องกัด CNC ชนิดเพลานอน (Horizontal CNC Milling Machine)

แกนและทิศทางของเครื่องกัด CNC ชนิดเพลานอน กำหนดได้ดังนี้แกนและทิศทางของเครื่องกัด CNC ชนิดเพลานอน

สำหรับเครื่องกัดชนิดเพลานอนก็ยังคงใช้การอ้างอิงตามกฎมือขวาเช่นเดียวกัน อาจจะงงนิดนึงนะครับ ลองทำตามโดยทำมือขวาตามรูปดู แล้วให้แกน (+Z) ชี้ไปด้านในของเครื่องแกน (+X) ก็จะไปอยู่ด้านซ้าย ส่วนแกน (+Y) ก็จะขึ้นไปอยู่ด้านบนตามรูป

แกนของเครื่องกลึง CNC  (Axes of CNC Lathe Machine)

แกนและทิศทางของเครื่องกลึง CNC ก็หลักการของกฏมือขวาเช่นเดียวกัน โดยให้สังเกตแกน (-Z) จะเคลื่อนที่เข้าหาเพลาหลักของเครื่องกลึง CNC . สำหรับรูปที่แสดงจะเป็นเครื่องกลึง CNC แบบสองแกน คือจะมีแค่แกน X และแกน Z เท่านั้น

แกนและทิศทางของเครื่องกลึง CNC

2. การเคลื่อนที่หมุนรอบแกน (Rotary Axes)

การเคลื่อนที่ในแนวหมุนรอบแกนจะระบุโดยใช้อักษร A, B และ C โดยที่ A แทนการหมุนรอบแกน X, B แทนการหมุนรอบแกน Y และ C แทนการหมุนรอบแกน Z ส่วนการกำหนดทิศทางจะเป็นบวกเมื่อมีการหมุนทวนเข็มนาฬิกา

การกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่หมุนในแนวรอบแกน

3. การเคลื่อนที่แนวเส้นตรง+แนวหมุนรอบแกน (Linear Axes+Rotary Axes)

เครื่องจักร CNC บางชนิดจะมีการเคลื่อนที่ผสมผสานทั้งในแนวเส้นตรงและแนวหมุนรอบแกน ดังรูปด้านล่าง เป็นเครื่องจักร Machining Center ชนิดเพลานอน 4 แกน ซึ่งประกอบไปด้วยการเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรง 3 แกน คือ แกน X แกน Y และแกน Z, ส่วนการ B เป็นการเคลื่อนที่ในแนวหมุนรอบแกน Y

เครื่องจักร CNC Machining Center ชนิดเพลานอน 4 แกน

เครื่องจักร CNC ชนิด Machining Center ชนิดเพลาตั้ง  5แกน ก็จะมีแกนในแนวหมุนรอบแกนเพิ่มมา 2 แกน คือ แกน C และแกน B

ต่อไปนี้เป็นเครื่องจักร CNC ชนิดต่างๆ ซึ่งจะมีแกนที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของเครื่องจักร

เครื่องจักร CNC Machining Center ชนิดเพลาตั้ง 5 แกน

เครื่องจักร CNC Machining Center Universal ชนิด 5 แกน

เครื่องจักร CNC Machining Center ชนิดเพลานอน 5 แกน

เครื่องจักร CNC Machining Center ชนิดเพลานอน 5 แกน

หากท่านมีข้อสงสัยและอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เครื่อง CNC Machining Center ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เบอร์ 02-291-5918

Email: [email protected] และ [email protected]

Line: mksline

– MKS Date: 10/06/2019

การวางแผนบำรุงรักษาเครื่องจักรเพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

          กิจกรรมหลักบำรุงรักษาเชิงวางแผน คือ การบันทึกสภาพปัญหาเครื่องจักรและประเมินผลเบื้องต้น การฟื้นฟูสภาพเครื่องจักร การสร้างระบบสารสนเทศงานบำรุงรักษา การจัดเตรียมข้อมูลคัดเลือกเครื่องจักรหรือชิ้นส่วนให้สอดคล้องกับแผนงานบำรุงรักษา รวมถึงการพัฒนาและปรับปรุงแผนงานต่อเนื่อง ดังนั้น การกำหนดเป้าหมายงานบำรุงรักษาควรดำเนินการร่วมระหว่างฝ่ายบำรุงรักษากับฝ่ายงานเกี่ยวข้องแต่แผนงานมักเกิดข้อจำกัดบางประการเนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรอาทิ บุคลากรเวลาและงบประมาณโดยดำเนินกิจกรรมตามแผนงานที่ระบุไว้ อาทิ การตรวจเช็คตามรอบเวลาการซ่อมใหญ่และการถอดเปลี่ยนอุปกรณ์ การปรับตั้งเครื่องและการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันตามรอบเวลาการนำสารสนเทศการขัดข้องเพื่อใช้วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น การค้นหาปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลให้เกิดความบกพร่องการควบคุมความเที่ยงตรงของเครื่องด้วยการสอบเทียบ รวมถึงการควบคุมความพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกงานบำรุงรักษา โดยเฉพาะอะไหล่ด้วยการวินิจฉัยและคาดการณ์ความเสื่อมสภาพสภาพเครื่องจักร ด้วยการวิเคราะห์สภาพการหล่อลื่นและการวิเคราะห์ความสั่นสะเทือนสำหรับฝ่ายบำรุงรักษาจะมีบทบาทสนับสนุนการฝึกอบรมให้ทีมงานบำรุงรักษาด้วยตนเอง ซึ่งดำเนินการโดยผู้ควบคุมเครื่องจักรประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ดังนี้
          1. ช่วงเริ่มต้นโครงการปรับปรุงเครื่องจักร โดยมีการอธิบายหน้าที่การทำงานเครื่องจักรการระบุรายการทำความสะอาดการตรวจสอบและการหล่อลื่น ซึ่งมีการจัดทำเอกสารบทเรียนจากปัญหาให้ผู้ปฏิบัติงานได้เรียนรู้และแนะนำวิธีการตรวจสอบขณะที่ดำเนินการทำความสะอาด รวมทั้ง ฝึกอบรมเรื่องการเคลื่อนย้ายงานและตรวจสอบกลไกทำงานขณะเดินเครื่องเพื่อค้นหาความผิดปกติ โดยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดเกณฑ์การตรวจสอบ
         
2. การวิเคราะห์สาเหตุต้นตอและประเภทปัญหาความบกพร่องในสายการผลิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อเวลาการเดินเครื่องจักรและคุณภาพผลิตผล โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการควบคุมคุณภาพสู่การประกันคุณภาพด้วยการศึกษาองค์ประกอบหลักของเครื่องจักรที่ส่งผลต่อคุณภาพผลิตผลและดำเนินการขจัดต้นตอปัญหาซึ่งมีการติดตามวัดผลตามรอบเวลาเพื่อใช้ข้อมูลดำเนินกิจกรรมไคเซ็นและจัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นโดยมีรายละเอียด ดังนี้
– 
ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ อาทิ ตำแหน่งที่เกิดปัญหาความบกพร่อง ความรุนแรงแต่ละประเภทปัญหา ความถี่การตรวจพบปัญหาแต่ละช่วงการทดสอบ รวมทั้งข้อมูลแสดงแนวโน้มการเกิดปัญหาทางคุณภาพตามรอบเวลา
– 
ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการโดยเฉพาะเงื่อนไขการทำงานแต่ละกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับแรงงานวิธีการทำงานวัสดุและเครื่องจักรการกำหนดมาตรฐานหรือเงื่อนไขการทำงานของแต่ละกระบวนการข้อมูลบันทึกเกี่ยวกับสภาพการทำงานขณะที่เกิดปัญหาขึ้น
         
3. จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบป้องกัน อาทิ
– 
สร้างระบบควบคุมด้วยการมองเห็นเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสะดวกต่อการตรวจจับปัญหาและสามารถเข้าถึงจุดที่ยากต่อการตรวจสอบ
– 
กำหนดความถี่และวิธีการดำเนินกิจกรรมอาทิ การทำความสะอาดการหล่อลื่นการขันแน่น รวมถึงการให้คำแนะนำกับผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปัญหาการทำงาน
– 
จัดเตรียมเครื่องมือที่จำเป็นไว้ในพื้นที่ทำงานเพื่อสามารถหยิบใช้งานได้สะดวก
– 
จัดเตรียมใบงานแสดงการขัดข้อง เพื่อใช้วิเคราะห์ปัญหาและแก้ไขความผิดปกติที่ถูกตรวจพบ
– 
ทำการสาธิตอธิบายแนวทางดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและการบำรุงรักษาด้วยตนเอง
– 
กำหนดมาตรฐานการหล่อลื่นและตรวจสอบแรงดันอุณหภูมิมาตรฐานทำความสะอาด

หากท่านมีความสงสัยใดๆเกี่ยวกับการเครื่องจักร สามารถติดต่อทางเราได้หลากหลายช่องทาง ดังนี้ค่ะ
เบอร์ 02-291-5918
Email: [email protected] และ [email protected]
Line: mksline
– MKS Date: 02/04/2019

How to select CNC machine on this econimic crisis? วิธีเลือกซื้อเครื่อง CNC ในยุคเศรฐกิจปัจจุบัน

1. เงินในกระปุก หรือ ทุนทรัพย์ – สิ่งแรกที่คุณต้องดูคือเงินที่เรามีอยู่ หรือ ความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือนและเงินดาวน์ แล้วคุณก็สามารถแยกว่าคุณจะซื้อจากค่ายไหน

2. งานที่จะทำ – หลังจากดูงบประมาณแล้ว ตอนนี้ต้องมากำหนดสเปคของเครื่องให้ตรงกับงาน

อย่างเช่น งานทำอะไหล่หรือพาร์ททั่วๆไป สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำก็คือดูที่จุดคุ้มทุนและจะคืนทุนเมื่อไหร่ ถ้าเป็นงานระยะยาว 2 ปีขึ้นไปแล้วงานได้ราคา ขอแนะนำเล่นสิ้นค้าที่ทนทานแข็งแรง สำหรับงานงานที่ค่า + / – ลบเยอะๆเครื่องใต้หวันก็เป็นที่นิยมมาก ด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ส่วนเรื่องเลือก BOX WAY หรือ GIUDE WAY นั้นเป็นอีกเรื่องนึง คือสองคอนเซ็ปนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง BOX WAY นั้นดูแลยากแต่ความละเอียด การกินชิ้นงานได้มากกว่าและพริซีชั่นสูงกว่า GUIDE WAY เยอะ แต่จะเสียเรื่องของความเร็วจะเป็นเต่านิดนึง แต่ข้อดีของ GUIDE WAY ดีตรงที่ว่าเวลาทำการซ่อมจะเสร็จเร็วกว่า การซ่อมของ BOX WAY นั้นต้องแป๊ะยางใหม่ ต้องเจียร์หน้ารางไสลด์ใหม่และวิธีการปรับแต่งค่อนข้างยาก แต่ถ้าทำแล้วอายุประมาณ 7 -10 ปี ก็จะทำซักทีนึง หากเป็น GUIDE WAY ประมาณ 2 – 3 ปีก็ต้องเปลี่ยนแล้ว สำหรับงานแม่พิมพ์ เงินจะเป็นตัวระบุว่าจะได้เครื่องเกรดไหน

3. สเป็คของเครื่องจักร – ถ้าคุณจะซื้อเครื่อง CNC ยี่ห้อไหนก็ตาม ให้พาข้อมูลว่า เดือนนึงเครื่องรุ่นนี้ประกอบ หรือ ขายกี่ตัว หากขายเยอะ อะไหล่ที่ผู้ผลิตเครื่องสั่งทำจะเยอะตามไปด้วย

3.1 ระบบของหัวจับชิ้นงาน หรือ หัว SPINDLE

ระบบขับด้วยสายพาน ( BELT TYPE ) ถือว่าเป็นระบบที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ ถ้ามอเตอร์กำลังขับเยอะ สายพานก็จะเยอะตาม ดูแลรักษาง่าย การซ่อมก็ง่ายไม่ยุ่งยาก แต่จะเสียในเรื่องของการเริ่มขับและตอนเบรกจะใช้เวลามากกว่าระบบอื่นนิดนึง การกัดงานและผิวจะดีได้ระดับนึง

ระบบเกียร์ ( GEAR TYPE) เป็นระบบที่เครื่องรุ่นใหญ่จะใช้กัน เน้นงานกัดปริมาณเยอะ ทอร์คของเครื่องจะสูง สำหรับงานเปิดผิว หรือขุดพอกเก็ตท์ แต่จะไม่ดีสำหรับงานที่ต้องใช้รอบสูง เพราะมีขีดจำกัดเรื่องรอบ

ระบบขับตรงโดยใช้ชุดต่อ หรือชุดเฟืองเสียบตรง (DIRECT DRIVE) ระบบนี้ส่วนมากจะใช้กับเครื่อง MACHINING CENTER จะได้ในเรื่องของทอร์ค จะดีกว่าระบบสายพาน การกัดงานผิวจะดีกว่า และกัดหนักได้ดีเยี่ยม แต่จะเสียในเรื่องของการเริ่มขับและตอนเบรกจะเหมือนกับระบบสายพาน จะดีตรงที่ไม่ต้องเปลี่ยนสายพาน

ระบบขับตรง หรือ แบบมอเตอร์อยู่ด้านในหัวหมุน (DIRECT DRIVE WITH BUID-IN MOTOR) เป็นระบบที่อัจฉริยะมาก ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ กัดได้หนัก ผิวดี ขึ้นลงของรอบได้เร็ว แต่การบำรุงรักษาค่อนข้างยาก ขออย่างเดียวอย่าให้ชนล่ะกัน ถ้าชนล่ะก็หัวนี้เป็นแสน ถึงแสนสาหัส การเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในทำได้ยาก ทำได้แต่จะไม่ดีเท่ากับของเดิม เครื่องจักรจากญี่ปุ่นตอนนี้เป็นระบบนี้หมดแล้ว หากรอบสูงมาก อายุการใช้งานก็มีขีดจำกัดอย่างเช่น อาจจะ 100,000 ชั่วโมงต้องเปลี่ยน Spindle Unit หลายๆท่านคงเคยเจอมาแล้ว ส่วนใหญ่คนขายเขาจะไม่บอกจุดด้อยกันหรอก จะบอกเฉพาะจุดเด่นเท่านั้น

3.2 ระบบป้อมมีดสำหรับเครื่องกลึง CNC

เครื่องยุคปี 80 และ 90 ส่วนมากเป็นแบบ คอบปริ้งค์ 2 ตัวประกบกัน แต่จะยากสำหรับงานซ่อมเพราะต้องถอดออกมาแล้วเปลี่ยน Taper Pin ใหม่ทั้งสองตัว แต่เครื่องยุคปี 2000 จะนิยมใช้แบบ คอบปริ้งค์ 3 ตัว ซึ่งง่ายเวลาปรับ โดยจะนิยมใช้เป็น Pin เยื้องศูนย์เป็นตัวปรับ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน Taper Pin เพราะว่าไม่มี เวลาซ่อมไม่จำเป็นต้องถอดหัว ส่วนมากจะใช้ระบบ SERVO MOTOR มาขับแทนระบบ ไฮโดรลิคมอเตอร์ แต่ถ้าเป็นเครื่องจากใต้หวันยังใช้ระบบเก่าอยู่ แต่อาจจะมีบางยี่ห้อที่ใช้ Servo Motor แต่เป็นคอบปริ้งค์ 2 ตัวประกบกัน

3.3 ลูกตุ้มถ่วงน้ำหนัก

ต้องยอมรับอย่างนึงว่า ระบบของญี่ปุ่นสมัยใหม่นั้น จะไม่มีลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักอีกต่อไปแล้ว โดยเขาจะดีไซด์ ให้ตัวคอลัมน์ใหญ่กว่าตัวชุดหัวหมุน แล้วใส่ Ball Screw และ Servo Motor ให้ขนาดใหญ่กว่าปกติเพื่อที่จะดึงแกนให้อยู่ไม่ให้ตก ข้อดีของระบบนี้ก็คือเวลาเรากัดงานละเอียด ความระเอียดผิวจะดีกว่ามากและสามารถคอนโทรลค่าได้ดีกว่า ส่วนเครื่องใต้หวันส่วนใหญ่ยังคงใช้ลูกตุ้มหรือไม่ก็ใช้แก๊สเข้ามาเป็นตัวช่วย ส่วนอีกระบบที่นิยมใช้กันก็คือระบบไฮโดรลิค Balance นิยมใช้เฉพาะเครื่องใหญ่ๆความเร็วค่อนข้างช้า ใช้กับเครื่อง High Spped ไม่ได้

3.4 ระบบเปลี่ยน TOOL สำหรับเครื่อง MACHINING CENTER

สำหรับเครื่องญี่ปุ่น ส่วนมากเป็น Random type หรือมี ระบบเก็บ Tool อยู่ข้างๆเครื่อง ระบบนี้ดีมากเพราะว่าไม่เก๊ะกะในเครื่อง การเลือกใช้สามารถเรียก Tool มารอก่อนได้ ส่วนอีกระบบนึงเป็นแบบ ร่ม ระบบนี้ใส่ Tool ยาวไม่ได้เพราะว่าเวลาเลื่อนแกนต้องคำนึงถึงงานที่อยู่ในเครื่องด้วย หาก Tool ยาวไปจะทำให้ Tool ที่ยาวชนกับชิ้นงาน แล้วเวลาเครื่องทำงานเศษโลหะจะกระเด็นเข้าไปติดอยู่กับ Tool ที่เก็บอยู่ในซอง ตอนเรียกก็ต้องเอา Tool เก่าไปเก็บก่อนแล้ว Tool ใหม่ถึงจะเรียกมาได้ ระบบนี้เป็นพิมพ์นิยมของเครื่องใต้หวัน

3.5 ระบบเบรคสำหรับแกนโน้มถ่วงของโลก

ระบบเบรคมีความสำคัญยิ่งสำหรับความปลอดภัยของผู้ปฎิบัติงานกับเครื่องจักร เครื่องจักรทั่วๆไปจะมีอยู่ 2 ชนิด ชนิดแรกจะเป็นแบบ BUID-IN MOTOR เป็นระบบที่ดีมาก เบรคจะอยู่ด้านในมอเตอร์ แต่จะมีปัญหาตอนที่เสียเพราะต้องซื้อมอเตอร์ใหม่ อีกระบบนึงเป็นแบบเบรคไฟฟ้าซึ่งอยู่ติดกับเพลา Ball Screw การทำงานเหมือนกับ BUID-IN MOTOR แต่แตกต่างจากการเปลี่ยนอะไหล่ ระบบนี้ถูกกว่า เครื่อง MORI SEIKI ใช้เป็นระบบแรก และได้มีการพัฒนาร่วมกับ Fanuc  เวลามีไฟตกหรือไฟดับแกนจะหมุนกลับทางประมาณ 0.1-0.3 MM ทำให้งานตอนเก็บละเอียดไม่เป็นรอย

3.6 ยี่ห้อและขนาดของอุปกรณ์ที่ใช้เช่น Ball Screw, Guide way, Spindle Bearing Diameter, ขนาดของ Motor

อย่างที่เราได้บอกเวลาซื้อของต้องดูยี่ห้อ หากยี่ห้อดี ขนาดใหญ่กว่า นั่นหมายถึงเครื่องที่ดีกว่า อย่ามองแต่ขนาดมอเตอร์อย่างเดียว

3.7 ความเร็วรอบ และขนาดของ Spindle Nose รวมถึงขนาด Taper (BT-30, 40, 50) และ Stroke Limit

4. ยี่ห้อเครื่องจักร และ ศูนย์บริการ รวมถึงระบบคอนโทรล

ไม่ว่าจะเป็นระบบงานขาย งานหลังการขาย และระบบอะไหล่ หากเครื่องจักรเราเป็นอะไร ผู้ขายสามารถซัพพอร์ทเราได้ภายในกี่ชั่วโมง หากต้องรออะไหล่จากต่างประเทศกี่วันถึงจะได้ และที่สำคัญคนซ่อม หากคนซ่อมเยอะจะเป็นการดีสำหรับเรา

สรุปแล้วการเลือกซื้อเครื่อง CNC จะต้องคำนึงถึงเรื่องต่างๆ มากมาย หากท่านมีความสนใจ หรือต้องการคำปรึกษาในเรื่องการซื้อเครื่องจักร ทาง บริษัท มีความยินดีที่จะให้ข้อมูลแก่ท่านค่ะ ท่านสามารถติดต่อเราได้หลากหลายช่องทาง ดังนี้

เบอร์ 02-291-5918

Email: [email protected] และ [email protected]

Line: mksline

– MKS Date: 15/03/2019

เครื่อง Machining Center คืออะไร?

เป็นเครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมโลหะการ การสร้างชิ้นงานในอุตสาหกรรมชิ้นงานขึ้นรูปความเที่ยงตรงสูง เช่น การผลิตชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งการใช้ประกอบการเรียนการสอนในภาคการศึกษา เพื่อผลิตบุคลากรด้านการใช้เครื่องจักร CNC Machining Center

เครื่องกัด (Milling Machine) และแมชชีนนิ่งเซนเตอร์ (Machining Center) แตกต่างกันที่ แมชชีนนิ่งเซนเตอร์ มีอุปกรณ์เปลี่ยนทูลอัตโนมัติ (Automatic Tool Changer หรือ ATC) ดังนั้น ซีเอ็นซี แมชชีน นิ่งเซนเตอร์ จึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะไม่ต้องเสียเวลาหยุดเพลาขับและใช้มือเปลี่ยนทูล ทั้งเครื่องกัดและแมชชีนนิ่งเซนเตอร์ สามารถแยกตามแกนของการติดตั้งที่เพลาขับ ได้เป็น แบบแนวตั้ง (Vertical) และแบบแนวนอน (Horizontal) เครื่องกัดแบบแนวตั้งมีจำนวนการใช้มากกว่า เครื่องแบบแนวนอน โดยเฉพาะในการนำมาใช้ผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็กและกลาง

ทางเรามีจำหน่ายเครื่อง Machining Center จากไต้หวัน 100% มากมายหลายรูปแบบและหลายขนาดให้เลือกตามความเหมาะสมของชิ้นงาน หากท่านมีความสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมโปรโมชั่นและเงื่อนไขพิเศษได้ที่เบอร์ 02-291-5918 หรือ Email: [email protected] และ [email protected]


                                                                               A-600 Vertical Machining Center

– MKS Date: 12/12/2018

Metalex 2018 Recap

Metalex 2018 was a Success!

It was great seeing many familiar faces and as well as some new ones at the Metalex 2018 in Bangkok, Thailand.

Time flew by over the four day exhibition as we were busy interacting with everyone, learning about new machines, and even showcasing some of our own. We had the A-600 Vertical CNC Machining Center  and BML-500 Gantry Loader on display, which caught the attention of many people passing by.

Our team was ready

Our amazing team was on site and prepared to answer any questions from business owners to expert machinist to students curious about the machining world. You might have seen us passing out our product catalog, calendars, and even a beer or two 😉

Metalex 2018_181128_0028

Metalex 2018_181128_0010

Metalex 2018_181128_0023

 

Thank you from M.K.S. Machinery!

ทางบริษัทขอขอบพระคุณลูกค้าเป็นอย่างสูงที่เลือกเราเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของธุรกิจของท่านเสมอมา

teammks


Team M.K.S. Machinery @ Metalex 2018 in Bangkok, Thailand

ขั้นตอนในการเลือกซื้อ เครื่องกลึง… Steps how to select Lathe Machine…

1. รู้จักส่วนประกอบของเครื่องก่อน! (Identifying the parts first)

เนื่องจากในเครื่องกลึงมีส่วนประกอบที่มากมาย ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องศึกษาชิ้นส่วนต่างๆในเครื่องกลึงอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในหน้าที่ของแต่ละส่วน เมื่อเกิดความเข้าใจแล้วผู้ใช้งานจะสามารถเลือกเครื่องกลึงแต่ละชนิดได้ตรงตามความต้องการที่จะผลิตชิ้นงานนั้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้งาน

2. ราคาเป็นสิ่งสำคัญ (Affordable price)

ปัจจุบันเครื่องกลึงมีหลากหลายราคาในตลาด หากคุณเป็นผู้เริ่มใช้เครื่องกลึง คุณอาจมองหาเครื่องกลึงราคาถูก ถึงปานกลางก่อน เพื่อเรียนรู้กับวิธีการใช้งานต่างๆ และมองถึงผลตอบแทนที่คุณจะได้รับกับเครื่องกลึงตัวแรกของคุณ หากคุณมีความชำนาญเกี่ยวกับเครื่องกลึงแล้วคุณจะรู้ว่าชนิดของเครื่องกลึงในตลาดนั้นแคบลง เนื่องจากคุณจะมองหาเครื่องกลึงที่สามารถตอบโจทย์ของชิ้นงานนั้นๆได้อย่างแม่นยำและคุ้มค่ามากที่สุด

3. น้ำหนักที่พอดี (Weight is good)

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า เครื่องจักรที่มีน้ำหนักมากจะส่งผลให้ชิ้นงานมีความละเอียดและแม่นยำกว่าเครื่องจักรที่มีน้ำหนักเบา การสั่นสะเทือนเป็นสิ่งที่ผู้ใช้กลัวและระวังมากที่สุดในการใช้เครื่องจักร เพราะมันจะส่งผลให้ชิ้นงานนั้นมีการคลาดเคลื่อน ด้วยเหตุผลนี้เราจึงจำเป็นอย่ายิ่งที่จะต้องเลือกซื้อเครื่องกลึงที่มีน้ำหนักพอสมควร และอย่าลืมว่า ส่วนใหญ่เราจะใช้เวลากับเครื่องกลึงค่อนค้างมาก เทียบกับเครื่องจักรชนิดอื่นๆ ดังนั้น เราควรคำนึงถึงความเรียบ และเสียงที่ไม่ดังมากจนเกินไปในขณะที่ทำงาน

4. ฐานของเครื่องกลึง และการเคลื่อนที่ (Bed and Swing)

ในการเลือกซื้อเครื่องกลึงนั้น ผู้ใช้จำเป็นอย่างมากที่จะต้องพิจารณา ขนาดฐานของเครื่องกลึง (Bed) หรือระยะยาวสูงสุดจากจุดกึ่งกลางที่ชิ้นงานสามารถหมุนได้ ฐานเครื่องกลึงที่มีความยาวมากไปอาจก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนได้ ดังนั้นขึ้นอยุ่กับการใช้งานของผู้ใช้่ที่จะเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานนั้นๆ

การเคลื่อนที่ (Swing) เป็นอีกหนึ่งหน่วยสำคัญที่ผู้ใช้จะต้องตำนึงถึง การเคลื่อนที่ในที่นี้หมายถึงความสูงของเพลาหมุนหลัก ที่อยู่บนฐานของเครื่องกลึง ดังนั้นผู้ใช้ควรคำนึงถึงความยาวสูงสุดของเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงานที่จะขึ้น ในการขึ้นชิ้นงานที่มีความละเอียดนั้น การเคลื่อนที่ที่ควรใช้จำเป็นจะต้องอยู่ที่ 9นิ้ว (230 มม.) เป็นอย่างน้อย

5. วัสดุของฐานเครื่องกลึง (Material of the Bed)

ฐานของเครื่องกลึงส่วนใหญ่จะทำมาจากเหล็กหนักหรือท่อ วัสดุของฐานเครื่องกลึงจะต้องแข็งแรงพอที่จะรองรับการสั่นสะเทือนและทนทานกับการเคลื่อนไหวในการขึ้นชิ้นงาน

หากท่านมีความสงสัยในการเลือกซื้อเครื่องกลึง ท่านสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-2915918 หรือ line: mksline และท่านยังสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องกลึงได้ที่นี่ค่ะ

– MKS Date: 02/11/2018

ชนิดของเครื่อง EDM? Type of EDM Machine?

1.    Die sinking เครื่อง EDM นี่จะใช้แท่งอิเลกโตรดในการทำงาน รูปร่างของชิ้นงานจะขึ้นอยู่กับรูปร่างของอิเลกโตรด เพื่อให้ได้ชิ้นงานในลักษณะที่ต้องการจึงต้องนำเอาอิเลกโตรดไปขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรทั่วไป แล้วจึงนำมาใช้งานกับเครื่อง EDM ในการทำงานของเครื่องประเภทนี้ อิเลกโตรดจะไม่สัมผัสกับชิ้นงานเลย อิเลกโตรดที่นำมาใช้ส่วนใหญ่จะเป็น ทองแดง หรือกราไฟต์ เครื่อง EDM ประเภทนี้นิยมนำไปใช้ขึ้นรูปแม่พิมพ์พลาสติก

2.    Wire Cutting เครื่อง EDM ชนิดนี้ จะใช้ลวดซึ่งเป็นอิเลกโตรดชนิดหนึ่ง ในการตัดชิ้นงานเป็นรูปร่างต่างๆ ที่กำหนดไว้ ก่อนจะเริ่มทำงานจะต้องเจาะรูชิ้นงานก่อน เพื่อให้สามารถใส่ลวดได้ ในการทำงานอิเลกโตรดจะไม่สัมผัสกับชิ้นงาน ลวดอิเลกโตรดที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายคือ ทองเหลือง หรือ Stratified Copper เครื่อง EDM ชนิดนี้นิยมใช้ขึ้นรูป Extrusion Dies และ Blanking Punche

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่อง EDM ท่านสามารถเข้าไปที่ เครื่อง EDM คืออะไร?

– MKS Date: 22/10/2018

 

เครื่อง EDM คืออะไร? What is EDM Machine?

เครื่อง EDM (Electric Discharge Machine) คืออะไร?

Image result for edm machine

EDM หรือ Electrical Discharge Machine นั้นหมายถึง เครื่องกัดเนื้อโลหะด้วยหลักการทำงานของกระแสไฟฟ้ามีความต่างศักย์สูง โดยการปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านวัสดุที่เป็นโลหะสองชิ้น ได้แก่ ชิ้นงานและอิเล็คโทรด จนทำให้เนื้อโลหะถูกกัดเซาะตามแบบ CAD ที่กำหนดไว้ในโปรแกรม จนได้รูปร่างชิ้นงานตามต้องการ

การใช้เครื่อง EDM เพื่อทำการผลิตให้ได้ชิ้นงานตามรูปทรงตามต้องการนั้น จำเป็นต้องทำการผลิตชิ้นอิเล็กโทรดที่จะใช้ในการตัดเฉือนชิ้นงานเสียก่อน ซึ่งการผลิตอิเล็กโทรดนั้นจะทำด้วยกระบวนการ CNC และ CAD/CAM โดยอิเล็กโทรดนั้นจะทำจากวสัดุที่มีความสามารถในการนำไฟฟ้าสูง เช่น ทองแดง หรือ แกรไฟต์ เมื่อทำการผลิตอิเล็กโทรดที่จะใช้สำหรับการตัดเฉือนชิ้นงานเสร็จแลว้ ก็จะนำอิเล็กโทรดมาต่อเข้ากับเครื่อง EDM ซึ่งเครื่อง EDM จะสร้างความต่างศักยร์ะหว่างอิเล็กโทรดและชิ้นงาน ขณะที่อิเล็กโทรดเข้าใกล้ชิ้นงานก็จะเกิดการสปาร์คระหว่างอิเล็กโทรดและชิ้นงาน ทำให้ชิ้นงานที่เป็นเหล็กเกิดความร้อนและละลายออกมาจนเกิดรูปทรงตามอิเล็กโทรดsprutcamaction

EDM เป็นเทคนิคที่ควบคุมการกัดโลหะโดยการสปาร์คของกระแสไฟฟ้า ซึ่งไฟฟ้าจะเป็นตัวกัดเซาะชิ้นงาน อิเล็กโทรดจะถูกแปรรูปให้มีรูปร่างตามแบบงานที่ต้องการ อิเล็กโทรดและชิ้นงานจะจมอยู่ในของเหลวที่เป็นฉนวน ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้น้ำมันหล่อลื่นชนิดใสหรือน้ำกลั่น ของเหลวนี้จะไม่เป็นสื่อทางไฟฟ้า ในขณะที่เครื่อง EDM จะมีกลไกเซอร์โวมอเตอร์ (Server Motor) เป็นตัวควบคุมและรักษาระยะช่องว่างระหว่างอิเล็กโทรดและชิ้นงาน ทำให้สามารถควบคุมค่าความละเอียดได้ในระดับ 0.002 มิลลิเมตรเลยทีเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้อิเล็กโทรดและชิ้นงานสัมผัสกัน

งานที่เหมาะกับการใช้ EDM นั้น ส่วนมากจะเป็นงานที่ต้องการความเที่ยงตรง งานที่ไม่สามารถขึ้นรูปหรือตัดเฉือนด้วยวิธีปกติได้ เช่น กลึงไม่ได้ กัดด้วยมิลลิ่ง Milling ไม่ได้ เจียรนัยไม่ได้ หรือทำได้แต่ทำได้ยากเพราะมีรูปร่างซับซ้อน หรือเป็นชิ้นงานที่ผ่านการชุบแข็งมาแล้ว เช่น ส่วนเบ้าของแม่พิมพ์ เป็นต้น

– MKS Date: 22/10/2018

Message Us!
close slider

Name

Email

Subject

Message